ข้อมูลสรรพคุณยาสมุนไพรไทย

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: กิจกรรม เพื่อน discuz
ดู: 1010|ตอบ: 0

ปวดขา เนื่องจาก ยืนนาน เรามีวิธีแก้อาการปวดขาได้ คลิ๊กทางนี้ [คัดลอกลิงก์]

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

โพสต์เมื่อ 2015-12-9 13:57:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

ตำรับยาคู่ทิพย์โอสถยาไทย ราคา 250 บาท

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากใจ : บริษัท ทิพย์โอสถยาไทย จำกัด



ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ : ยาธรณีสัณฑะฆาต ทิพย์โอสถยาไทย คลิ๊กสั่งซื้อ


ชื่อยาสมุนไพร : ยาธรณีสัณฑะฆาต
ชื่อแหล่งที่มา : ยาธรณีสัณฑะฆาต ทิพย์โอสถยาไทย
สรรพคุณ : แก้กษัยเส้น เถาดาน ท้องผูก
คำเตือน : คนเป็นไข้ เด็กหรือสตรีมีครรภ์
ห้ามรับประทาน
ผู้สูงอายุ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
ทะเบียนเลขที่ : G343/53
ประเภท : ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ขนาดบรรจุ : จำนวน 60 แคปซูล
ใบอนุญาตเลขที่ ฆท. 772/2557
อายุของยา 3 ปี (นับจากวันผลิต)
ราคาปกติ :
ราคาขาย : 250 บาท
ยาธรณีสัณฑะฆาต ทิพย์โอสถยาไทย คลิ๊กสั่งซื้อ

---------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติม : กษัย กระษัยเส้น คือ อะไร ?
สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะกระษัย(กะไษย)โรค ซึ่งพระอาจารย์ระมวล(ประมวล)ไว้มีประเภท ๒๖ จำพวก กระษัย(กะไษย)๘ จำพวก คือ กระษัย(กะไษย)กล่อน ๕ กระษัย(กะไษย)น้ำ ๑ กระษัย(กะไษย)ลม ๑ กระษัย(กะไษย)ไฟ ๑
รวม ๘ จำพวกนี้ เกิดแต่กองสมุฏฐานธาตุ มีแจ้งอยู่ในคัมภีร์วุฒิกะโรค กล่าวคือ กล่อม(กล่อน) ๕ ประการโน้นแล้ว


จะกล่าวแต่กระษัย(กะไษย)อันบังเกิดเป็นอุปาติกะโรค ๑๘ จำพวก คือ

กระษัย(กะไษย) ล้น กระษัย(กะไษย)ราก กระษัย(กะไษย)เหล็ก กระษัย(กะไษย)ปู กระไสยจุก กระษัย(กะไษย)ปลาไหล กระษัย(กะไษย) ปลาหมอ กระษัย(กะไษย)ปลาดุก กระษัย(กะไษย)ปลวก กระษัย(กะไษย)ลิ้น กระบือ กระษัย(กะไษย)เต่า กระษัย(กะไษย)ดาน กระษัย(กะไษย)ทัน กระษัย(กะไษย)เสียด กระษัย(กะไษย)ไฟ กระษัย(กะไษย)น้ำ กระษัย(กะไษย)เชือก กระษัย(กะไษย)ลม รวมเป็น ๑๘ จำพวก ดังกล่าวมานี้

๑. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ล้น กระษัย(กะไษย)ล้นนั้นเกิดเพื่อน้ำเหลือง โดยกำลังลมพัดให้เป็นฟอง กระทำให้ท้องลั่นขึ้นแลลั่นลง ถ้าข้างขึ้นทำให้แดกอก ถ้าข้างแรมทำให้ถ่วงหัวเหน่า ดังจะขาดใจตาย

๒. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ราก กระษัย(กะไษย)รากเกิดเพื่อลมร้อง ทำให้อาเจียนลมเปล่า ท้องลั่นดังจ๊อก ๆ ตึงไปทั้งกายดังเอาเชือกรัดไว้ ทำให้ร้องครางอยู่ทั้งกลางวันแลกลางคืน ดังใจจะขาดตาย

๓. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)เหล็ก มีอาการให้ปวดหัวเหน่า แลทำให้ท้องน้อยแข็งดังแผ่นหิน จะไหวตัวไปมามิได้ ปวดขบดังจะขาดใจตาย

๔. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ปู กระษัย(กะไษย)ปูนี้เกิดเพื่อโลหิตคุมกัน มีสัณฐานดังปูทะเล เข้ากินอยู่ในกระเพาะข้าว กระทำให้ปวดขบท้องน้อยเป็นกำลัง เมื่อกินอาหารลงไปค่อยสงบลง เมื่อสิ้นอาหารแล้ว กระทำให้พัดอยู่ดังกงเกวียนลั่นอยู่ตามลำไส้เจ็บดังจะขาดใจตาย

๕. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)จุก กระษัย(กะไษย)จุกเกิดขึ้นเนื่องจากลมเดินแทงเข้าไปในเส้นเอ็นภายใน เป็นอาคันตุวาต ทำให้เส้นพองขึ้นในท้อง ทำให้จุกแดกขึ้นดังจะขาดใจตาย ต้องนอนคว่ำร้องคราวอยู่ จะนอนหงายมิได้ มีทุกขเวทนาเป็นอันมาก

๖. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ปลาไหล กระษัย(กะไษย)ปลาไหลนี้ เมื่อแก่เข้าเอาหางแทงลงไปที่หัวเหน่าแลทวารหนักทวารเบา ทำให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ อุจจาระเหลืองดังขมิ้น หรือแดงดังน้ำฝางต้มหรือน้ำดอกคำ ตัวกระษัย(กะไษย)นั้นพันขึ้นไปตามลำไส้ หัวนั้นหยั่งไปที่ชายตับแลกระเพาะข้าว บริโภคอาหารเข้าไปเมื่อใด ตัวกระษัย(กะไษย)นั้นก็กินอาหารด้วยทุกเวลา ถ้าไม่ได้กินอาหารเข้าไป ตัวกระษัย(กะไษย)นั้นก็กัดชายตับชายม้านเจ็บปวดยิ่งนัก ทำให้เมื่อยขบไปทุกข้อกระดูก บางทีทำให้ขนลุกชูชันดังไข้จับ

๗. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ปลาหมอ กระษัย(กะไษย)ปลาหมอนี้คล้ายกับมีจิตร์วิญญาณ เกิดขึ้นในลำไส้ ข้างขึ้นกระษัย(กะไษย)บ่ายศีรษะมากัดชายตับชายม้ามแลปอด ทำให้จุกแดก ข้างแรมกระษัยบ่ายศีรษะลงในท้องน้อยแลหัวเหน่า ทำให้ขัดอุจจาระแลปัสสาวะ เจ็บปวดเป็นกำลัง ร้องครางดังใจจะขาดตาย

๘. ว่าด้วยกระษัย(กะไษย)ปลาดุก กระษัย(กะไษย)นี้เกิดเพื่อโลหิตแลน้ำเหลืองระคนกัน คล้ายกับมีจิตร์วิญญาณเหมือนปลาดุกจริง ๆ เกิดขึ้นในกระเพาะข้าว ถ้าสตรีเกิดขึ้นที่มดลูก มีลักษณะดังหญิงครรภ์ได้ ๗ เดือน ๘ เดือน มีอาการแทงไปทางชาย ขวา ถ้าข้างขึ้นยันไปยอดอก มีอาการเจ็บอก มิได้ บางทีทำให้หอบให้สะอึก ถ้าข้างแรมเลื่อนลงไปอยู่ท้องน้อยแลหัวเหน้า(หัวเหน่า) บางทีต่ำลงไปกระดูกสันหลัง ตึงลงไปต้นข้าทั้ง ๒ ถ้าไม่รู้ก็ว่ามีครรภ์

ลักษณะของกษัยนั้น ท่านสามารถติดตามศึกษาได้ที่

- ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขา เวชกรรม เล่ม ๒ โดย กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

- ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ โดย พระยาพิศณุประสาทเวช สำนักพิมพ์ดวงดี


การใช้ยาธรณีสัณฑะฆาต : ควรทำความเข้าใจในความหมายของสรรพคุณทางยาให้กระจ่าง

เถาดาน หมายถึง ชื่อโรคชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นลำเเข็งตั้งขึ้นที่ยอดอกแล้ว ลามลงไปถึงท้องน้อย ทำให้เจ็บปวด จุกเสียด แน่นหน้าอก

ท้องผูก หมายถึง อาการที่อุจจาระ แข็ง ถ่ายออกลำบาก

อ้างอิง พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒



ผลิตโดย บริษัท ทิพย์โอสถยาไทย จำกัด จัดจำหน่ายโดย สำนักงานฝ่ายขายตลาดยาสมุนไพรดอทคอม
เลขที่100/28 ซ.เสรีไทย 43 คลองกุ่ม เขต บึงกุ่ม จังหวัด กทม. 10240 อีเมล์ chaniso@gmail.com
ติดต่อสอบถาม โทร 02-173-3394 มือถือ 082-073-7929 (true) 092-206-4810 (dtac) 087-013-1861 (1-2-call )


ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยจากใจ : บริษัท ทิพย์โอสถยาไทย จำกัด

ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ : ยาประสะจันทน์แดง ทิพย์โอสถยาไทย คลิ๊กสั่งซื้อ


ชื่อยาสมุนไพร : ยาประสะจันทน์แดง
ชื่อแหล่งที่มา : ยาประสะจันทร์แดง ทิพย์โอสถ
สรรพคุณ : แก้ไข้ ตัวร้อน กระหายน้ำ
ทะเบียนเลขที่ : G443/51
ประเภท : ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ขนาดบรรจุ : จำนวน 60 แคปซูล
ใบอนุญาตเลขที่ ฆท. 751/2557

อายุของยา 3 ปี (นับจากวันผลิต)
ราคาปกติ :
ราคาขาย : 250 บาท

ยาประสะจันทน์แดง ทิพย์โอสถยาไทย คลิ๊กสั่งซื้อ

---------------------------------------------------------------------------

สมุนไพรทิพย์โอสถยาไทย ตำรับยาประสะจันทน์แดง สมุนไพร

จะกล่าวกำเนิดไข้ โดยในที่มีอาการ แพทย์จงสดับสาร อันควรทำจะสำแดง

ไข้ใดให้รนร้อน กระหายน้ำนั้นเรี่ยวแรง ปากไหม้แตกระแหง จักษุแดงพิการกล ให้เจ็บไม่เว้นว่าง ทั่วสรรพางค์ไปทั้งตน ที่ใดอันเย็นยน ที่อันนั้นก็พึงใจ

ไข้ใดให้เย็นนัก แบมันมักให้นอนไป อาหารเห็นเบื่อใจ ให้เจ็บคอเจ็บลูกตา ตาแดงดูดังเลือด แลเจ็บหูทั้งซ้ายขวา กระดูกเจ็บทั่วกายา ให้อยากน้ำในราตรี หนึ่งนอน บ ห่อนหลับ หายใจคับ บ อิ่มดี ขัดข้องอุระทวี ให้รากเหลืองพิการกล

ไข้ใดสบัดหนาว แลสะบัดให้ร้อนรน หน้าผากศีร์ษะทนต์ ให้ปวดร่ำกระหน่ำ ไป เจ็บคอแลขัดอก กระหายน้ำบ คลายใจ เรี่ยวแรง บ มีใน ให้ระทดระทวยกาย ปัสสาวะให้ขัดข้อง ไม่แคล่วคล่อง ในทางระบาย แพทย์จงกำหนดหมาย ให้สถิตย์สเถียรใจ ไข้สามประการนี้ กำหนดมีใช่อื่นไกล สันนิบาตจงแจ้งใจ กระทำให้พิการกล

ไข้ใดเจ็บสดือ กระพือขึ้นไปเบื้องบน หน้าตานั้นวิงวน ให้มืดมนแลพร่างพราย ให้เจ็บที่กำด้น ตลอดจนกระหม่อม หมาย สบัดร้อนทุรนทุราย แล้วสะท้านให้เยือกเย็น ไส้พุงนั้นพลุ่งพล่าน ในอาการจงเล็งเห็น สันนิบาตโลหิตเปน ประจักษ์แจ้งอย่าแคลงใจ

ไข้ใดให้เป็นเม็ด ดูแดงทั่วทั้งตัวไป ให้ปวดขบศีร์ษะใน เมื่ออาทิตย์สว่างวัน เรียกว่าสันนิบาต ปกัง ชาติหมู่มัน แพทย์เห็นจงสำคัญ ให้หยั่งรู้ในเชิงชาย

ไข้ใดพิศดูรูป พิเคราะห์ทราบว่าตัวลาย แม้นเหมือนดังเรื้อนราย แลมันเพ้อมะเมอไป คนอื่นจะพูดด้วย มิได้ยินสำเหนียกใน โรคนี้ใช่อื่นไกล คือตรีโทษเข้าเบียดเบียฬ

ไข้ใดให้หนาวสะท้าน ย่อมบิดคร้านหน้าวิงเวียน แสยงขน แลปวดเศียร กระหายหอบ ซึ่งวารี บั้นเอ็วแลท้องน้อย ประจำเจ็บมากทวี ปากคอนั้นเคยมี น้ำลายเล่าก็ขาดไป นิทรา ก็ตาค้าง ด้วยทางลมเสมหะใน พัดปนระคนไป กำเนิดให้ซึ่งโรคา

ไข้ใดให้ตาแดง ผิวหนังแห้งอยู่โรยรา กระหายน้ำแลไสยา มิให้หลับระงับกาย ให้รากแลมูตร นั้น ดูสีสันก็เหลืองหลาย อาการเที่ยงดูเชิงชาย เปนสุดสิ้นสมประดี อาการนั้นบอกแจ้ง เปนตำแหน่งเสมหะมี เข้าปนระคน ดี เปนสองทำประจำกาย

ไข้ใดให้ท้องขึ้น แลวิงเวียนศีร์ษะสลาย ให้สอึกให้รากราย ด้วยโทษลมกำเดาทำ

ไข้ใดขัดอกจาม ตลอดถึงนาภี นำ เสมหะกำเดา ทำเข้าปะปนระคนกัน

ไข้ใดให้คลื่นเหียน แลอาเจียรน้ำลายครัน ลมเลือดน้ำเหลืองนั้น ทั้งสามโทษเข้าพันพัว

ไข้ใดให้นอนมาก ให้ขมปากให้เจ็บหัว หนึ่งนั้นให้เจ็บตัว กำเนิดเกิดไข้เพื่อดี

ไข้ใดมิให้หลับ ให้รากปวดศีร์ษะมี ให้กระหายซึ่งวารี ให้เจ็บคอปากแห้งไป

ไข้ใดให้เจ็บตา กระอาย หัวดังควันไฟ ทั้งสองไข้จงแจ้งใจ คือกำเดาให้โทษา

ไข้ใดมันให้เจ็บ แต่ฝ่าเท้านั้นขึ้นมา ให้ร้อนจนสิ้น สารพางค์กายไม่คลายใจ ในราตรีให้เร่งยา อย่าให้ทันอุไทยไข กำเดาโทษนี้ไซ้ เร่งระมัดประหยัดกาย ไข้เพื่อโลหิตนั้น สำคัญเจ็บหน้าผากหลาย ใจมักกระสับกระส่าย จงแจ้งจำที่คำครู

ไข้ใดให้นอนฝัน มักคลั่งไคล้อายปากดู น้ำลายมากพราวพรู แลมือเท้าให้เยือกเย็น มีมารยาอยากอาหาร เนื้อคาวหวานจงเล็งเห็น ข้อมือข้อเท้าเปน ให้ขัดข้องไม่ว่องไว หนึ่งให้สบัดหนาว แลสบัดให้ร้อนไป โทษนี้เสมหะใน มากระทำเข้าย่ำยี

ไข้ใดกินอาหาร ให้ขมปากนั้นมากมี ให้อยากของมิดี อันแสลง ซึ่งโรคา ให้สะท้านเนื้อระริก แลเสียวซ่านทั้งอาตมา หนึ่งเจ็บทั่วกายา ให้จุกเสียดไม่สมประดี

ไข้ใดหนาวสะท้าน แลบิดคร้านยอกเสียดมี ลักษณสองไข้นี้ เปนไข้เพื่อธาตุวาตา

ไข้ใดหนาวสะท้าน ปากหวานแลให้เอา เจียรแสยงซึ่งโลมา หนึ่งหัวตำแลลำคอ ทั่วทั้งสรรพางค์เนื้อ ให้เจ็บสิ้นไม่เหลือหลอ นอนขึงไม่พึงพอ อนึ่งอาหารไม่นำพา

ไข้ใดให้สะอึก แลรากร้อนในวิญญา ทั้งสองไข้คือวาตา ให้โทษแท้ประจักษ์ใจ คัมภีร์สารสงเคราะห์ ท่านจัดเจาะประจงไข ด้วยลักษณใน สำประชวร ห้าประการ เพื่อเลือดแลกำเดา จักษุแดงโลหิตปาน เพื่อเสมหะสัณฐาน จักษุดังขมิ้นทา หนึ่งเกิดเพื่อดีนั้น ดังแว่นเขียวเข้าปะตา หนึ่งเกิดเพื่อลมกล้า จักษุคล้ำให้มัวไป จำพวกหนึ่งจักษุนั้น ไม่สู้แดงประการใด เพื่อเส้นอำมะพฤก ใน ให้เกิดกับสำหรับชาย ถ้าแลสัตรีนั้น แพทย์จงได้สำคัญหมาย เพื่อเส้นปัตฆาฏ ท้าย เกิดสำหรับกับสัตรี

ไข้ใดให้กายนั้น ดูเศร้าดำไม่มีศรี ให้ไอแห้งอยากวารี ให้ฝาดปากเจ็บอกไป หายใจให้ขัดข้อง ด้วยในท้องเปนก้อนใน แพทย์จงกำหนดใจ เปนเพื่อลมสิ่งเดียวดาย

ไข้ใดให้เจ็บหนัง ปัสสาวะนั้นเหลืองหลาย ให้ร้อนกระวนกระวาย ให้พึงใจที่อันเย็น ตาแดงแลลงท้อง ให้อยากน้ำวิบัติเปน ไข้เพื่อกำเดาเห็น ประจักษ์จิตร อย่าคิดฉงน

ไข้ใดศีร์ษะนั้น ให้ปวดเหลือกำลังทน ให้สะท้านบิดคร้านตน ให้ไอให้หาวนอน หนึ่งให้เสโท ตก จะหยิบยกอธิกรณ์ เพื่อลมเสมหะจร เข้าทับทำประจำเปน

ไข้ใดให้ซึมมัว กระหายน้ำสะท้านเย็น ขมปากวิบากเปน หนึ่งท้องให้ร้องไป ให้เจ็บตัวเสโทตก หนึ่งให้กำเริบไอ เพื่อเสมหะกำเดาใน กระทำให้พิการกาย หนึ่งไข้ตรีโทษนั้น เปนโทษสามประการหมาย หนึ่งเจ็บไปทั่วกาย หนึ่งนอนไม่หลับไหล หนึ่งเล่าอาหารเคย ก็ละเลยไม่อาไลย แต่อาการที่เกิดใน เปนทุวรรณโทษา ถ้าแพทย์ใดสำนักครู เรียนร้อบรู้ในโรคา ยังพอจะเยียวยา ไว้สำนวนกระบวนทำ

ไข้ใดให้ไอแห้ง แลให้หอบเสมหะนำ ตั้งอยู่ในคอทำ ให้แพทย์พึงกำหนดใน เล็บมือแลเล็บเท้า แลลิ้นนั้นก็เขียวไป ตานั้นก็เขียวไซ้ ดังตาแมวมาติดตา สาบกลิ่นดังสุนักข์ แพะแร้งแลนกกา นำพร้อมด้วยโทษา โทษนั้นเที่ยงอย่าเกี่ยงใจ นามชื่อสันนิบาต มาตัดชาติทุกข์ไป ไม่พร้อมดังกล่าวไข แพทย์พอได้จะตามทัน

ไข้ใดล้มไข้ลง ในวันหนึ่งแลสองวัน ให้เชื่อมมึนอาการนั้น ไม่รู้สมประดีใด ให้ปิดอุจจาระ ยาถ่ายก็มิไป ทั้งอาหาร บ ทานได้ แลให้รากนั้นมากครัน ถ้าอาการนั้นยืนไป ถึงสิบวันสิบเอ็จวัน โทษตัดอย่าตามมัน เปนลักษณแห่งปถวี

ไข้ใดล้มไข้ลง ในสามวันสี่วันมี นอนสดุ้งไม่สมประดี สติพลั้งไม่ยั้งกาย ให้เพ้อ ให้เรอราก แลรากมีแต่น้ำลาย มือเท้าทั้งขวาซ้าย ให้ผิดเพศ สังเกตเย็น ได้หนึ่งจะเสียสอง ในทำนองจงเล็งเห็น อาการที่มันเปน คือโทษธาตุชาติวาตา ถ้าแก้มือแลเท้า มิได้เรียบให้ร้อนมา อาการบันดาลดา ให้ครุมเครือเรื้อรังไป ถึงเก้าวันสิบวัน จะอาสัญอย่าสงไสย เที่ยงแท้อย่าอาไลย เพราะโทษตายนั้นมีมา

ไข้ใดล้มไข้ลง อยู่ในสามสี่เวลา อาการมันมีมา บางทีนั้นให้ลงไป บางทีมันให้ตก เสมหะโลหิตใน ตามช่องทวาร ไข ทั้งหนักเบาแลบางที ให้รากซึ่งโลหิต จงเร่งคิดถึงชีวี ไข้ใดเปนดังนี้ อาโปธาตุนั้นบันดาล ถ้าแก้ด้วยยายำ ที่เคยซ้ำเปนหลายขนาน มิถอยซึ่งอาการ มันแขงขืนจะยืนไป ถึงแปดวันเก้าวัน เปนเที่ยงธรรม์ จะบรรไลย แพทย์จงสำคัญใจ กำหนดไว้ในอุรา

ไข้ใดล้มไข้ลง ถึงสามวันสี่วันมา ให้ร้อนทั่วกายา ทั้งภายนอกและภายใน ให้ทนทุรนราย กระสับกระส่ายในหัวใจ ให้ประพรมน้ำไป มิได้ขาดที่กายา ให้ลิ้นแห้งคอแห้ง แห้งจนถึงในอุรา อยากน้ำไม่เปนครา ให้คลั่งไคล้ไม่สมประดี ให้เจ็บนั้นต่างๆ ดังหนึ่งคนมารยามี อยากของอันต้องที่ กำหนดห้ามยิ่งหยามใจ ดุจดังฉะมบ ปอบ เข้าล้วงลอบกินอยู่ใน โทษนี้คือธาตุไฟ กระทำให้วิบัติกาย จะได้สักส่วนหนึ่ง แลจะเสียสองส่วนทาย แก้ร้อนมิวายคลาย อาการนั้นยังยืดยืน ถึงเจ็ดวันแปดวัน อย่าหมายมั่นจะฝ่าฝืน โทษนี้ไม่ได้คืน ชีวิตจะมรณา

อ้างอิงข้อมูล : ลักษณะอาการของไข้

- ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขา เวชกรรม เล่ม ๑ โดย กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

- ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๑ โดย พระยาพิศณุประสาทเวช สำนักพิมพ์ดวงดี


ผลิตโดย บริษัท ทิพย์โอสถยาไทย จำกัด จัดจำหน่ายโดย สำนักงานฝ่ายขายตลาดยาสมุนไพรดอทคอม
เลขที่100/28 ซ.เสรีไทย 43 คลองกุ่ม เขต บึงกุ่ม จังหวัด กทม. 10240 อีเมล์ chaniso@gmail.com
ติดต่อสอบถาม โทร 02-173-3394 มือถือ 082-073-7929 (true) 092-206-4810 (dtac) 087-013-1861 (1-2-call )



กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รูปแบบข้อความล้วน|สมุนไพร รักษา อาการ โรค ร้าย ต่างๆ

GMT+8, 2019-8-25 02:54 , Processed in 0.028592 second(s), 12 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน